กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) คืออะไร

เป็น กองทุนรวมประเภทหนึ่ง ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้นระยะยาว โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

LTF ให้อะไรคุณได้บ้าง
1) ช่วยให้คุณเสียภาษีเงินได้น้อยลงจากเดิม*
2) ช่วยให้คุณมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงจากการลงทุนในหุ้นในระยะยาว

* ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
ผู้ลงทุนจะเสียภาษีน้อยลงก็ต่อเมื่อ เป็นผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน
และเงินบริจาคทั้งปี สูงกว่า 80,000 บาท และมีเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข.
ในปีนั้นๆ น้อยกว่า 295,000 บาท

LTF ช่วยลดภาษีอย่างไร
ผู้ ลงทุนสามารถนำเงินลงทุนใน LTF มาหักออกจากเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายในปีนั้น ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งมีผลทำให้ฐานเงินได้สุทธิสำหรับการคำนวณภาษีลดลง และส่งผลให้ผู้ลงทุนเสีย
ภาษีน้อยลง

กรณีผู้ลงทุนมีฐานรายได้สูง จะยิ่งมีอัตราการประหยัดภาษีที่สูงขึ้น เนื่องจากระบบการจัดเก็บภาษีเงิน
ได้บุคคลธรรมดาเป็นแบบอัตราก้าวหน้า (ฐานเงินได้ในส่วนที่มากขึ้น จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น
ด้วย)

จำนวนเงินลงทุนใน LTF ที่สามารถนำมาหักออกจากเงินได้

ชั้นต่ำ   =   ไม่กำหนด
ขั้นสูง   =   15% ของเงินได้ทุกประเภท และ ไม่เกิน 300,000 บาท
โดยผู้ลงทุนสามารถนำเงินลงทุนใน LTF ที่จ่ายจริง ในอัตราที่กฎหมายกำหนด มาหักออกจาก
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยให้คุณเสียภาษีเงินได้น้อยลง

LTF เสี่ยงหรือไม่
กองทุน LTF เป็นกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในหุ้น โดยจะมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นมากน้อยเพียงใด ขึ้น
อยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุน ดังนั้น ผู้ที่จะลงทุนในกองทุนนี้ได้ต้องแน่ใจว่าตนเองสามารถรับความ
ผันผวนของราคาหุ้นได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะสั้น

เงื่อนไขการลงทุนของ LTF

1) ไม่กำหนดจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ
2) ลงทุนขั้นสูงในแต่ละปีภาษีไม่เกิน 15% ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาท
3) คุณสามารถนำเงินลงทุนใน LTF ที่จ่ายจริง ในอัตราที่กฎหมายกำหนด มาหักออกจากเงินได้หลังหัก
ค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยให้คุณเสียภาษีเงินได้น้อยลง
4) ถือหน่วยลงทุนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน
5) ไม่จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่อง ในระหว่างปีเลือกลงทุนกี่ครั้งก็ได้ และไม่จำเป็นต้องลงทุนเท่ากันในแต่
ละปี
6) เลือกขายคืนหน่วยลงทุนได้ไม่เกิน 2 วันต่อปีในแต่ละกองทุน (เฉพาะวันที่กองทุนกำหนดเท่านั้น)
7) หากขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลา 5 ปีปฏิทินจะต้องชำระคืนภาษีที่ได้รับลดหย่อนมาแล้ว พร้อม
ด้วยเงินเพิ่ม และต้องนำกำไร (ถ้ามี) ไปรวมกับเงินได้อื่นๆเพื่อชำระภาษีด้วย
8) ไม่ควรลงทุนในจำนวนเกินกว่าที่ได้รับสิทธิลดหย่อน (เนื่องจาก LTF ไม่เปิดให้ขายคืนได้ทุกวัน และ
ผู้ลงทุนต้องรับภาระภาษีหากขายในส่วนนี้แล้วมีกำไรไม่ว่าจะขายเมื่อใดก็ตาม)

หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จะมีผลอย่างไร

1) กรณีขายคืน LTF ที่ได้เคยได้รับลดหย่อนภาษีมาแล้ว และได้ถือหน่วยดังกล่าวมาน้อย
กว่า 5 ปีปฏิทิน จะต้องปฏิบัติดังนี้
ต้องชำระคืนภาษีที่เคยได้รับลดหย่อนมาแล้ว โดยนำเงินค่าซื้อของหน่วยที่ขายไป มาคำนวณภาษี
ใหม่ พร้อมชำระเงินเพิ่ม/1 และต้องนำกำไร (ถ้ามี)ไปรวมกับเงินได้อื่นเพื่อเสียภาษี/2

2) กรณีขายคืน LTF ที่ลงทุนไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และไม่เคยนำไปขอลดหย่อน
ภาษี และได้ถือหน่วยดังกล่าวมาน้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน จะต้องปฏิบัติ ดังนี้
ต้องนำกำไร (ถ้ามี)ไปรวมกับเงินได้อื่นเพื่อเสียภาษี/2

3) กรณีขายคืน LTF ในส่วนที่ลงทุนเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด จะต้องปฏิบัติ ดังนี้
ต้องนำกำไร (ถ้ามี)ไปรวมกับเงินได้อื่นเพื่อเสียภาษี/2


/1 เงินเพิ่ม ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตรา 1.5% ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระคืน
(เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน) นับตั้งแต่เดือนเมษายนของปีถัดจากปีที่ลงทุน (5 ปีปฏิทินย้อนหลัง) จน
ถึงเดือนที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติม ทั้งนี้ เงินเพิ่มที่คำนวณได้ต้องไม่เกิน
จำนวนภาษีที่ต้องชำระคืน

/2 ภาษีของกำไรนี้ จะต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ได้รับในปีภาษีนั้น โดยยื่นภาษีภายในเดือนมีนาคม
ของปีถัดจากปีที่ขาย

ที่มา  :   บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด  www.tmbam.co.th

edit @ 28 Dec 2012 12:25:43 by P.Tongkamonwat

Comment

Comment:

Tweet